|
ปัจจุบัน ระบบสัญญาณกันขโมยสำหรับบ้านกำลังได้รับความนิยมจากผู้ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ
อันเนื่องมาจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จำนวนประชากรเข้ามาอยู่อาศัยในเขตเมืองเพิ่มมากขึ้น
ตลอดจนคดีลักทรัพย์ที่ยังคงสูงและเพิ่มมากขึ้นทุกๆปี (เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ
ประมาณ 20,000 กว่าคดีต่อปี สามารถจับกุมได้ประมาณ 15-20% ระบบสัญญาณกันขโมยสำหรับบ้านจึงนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ในการป้องกันทรัพย์สินและสมาชิกในครอบครัวของท่าน
ระบบสัญญาณกันขโมยบ้านแตกต่างจากระบบสัญญาณกันขโมยรถยนต์เป็นอย่างมาก
เนื่องจากระบบสัญญาณกันขโมยบ้านมีความซับซ้อนมากกว่า และต้องครอบคลุมพื้นที่เฝ้าระวังมากกว่า
อีกทั้งจำนวนอุปกรณ์ตรวจจับต่างๆก็มีจำนวนมากกว่า (รถยนต์มีพื้นที่เฝ้าระวังเพียง
8-10 ตารางเมตร และมีทางเข้าออกไม่เกิน 6 จุด) ฉะนั้นระบบสัญญาณกันขโมยบ้านที่ดีจึงจำเป็นต้องอาศัยโปรแกรมการจัดการที่สลับซับซ้อนและเทคโนโลยีชั้นสูงของอุปกรณ์ตรวจจับ
เพื่อหลีกเลี่ยงการแจ้งเหตุที่ผิดพลาด (False Alarm ) และยังต้องคงความสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน
ซึ่งนับเป็นหลักสำคัญของระบบสัญญาณกันขโมยบ้าน
ข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อระบบสัญญาณกันขโมยมีดังนี้
- ควรพิจารณาถึงประสบการณ์และความชำนาณด้านการผลิต อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย
- พิจารณาถึงความสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้งานทุกวัน
ยิ่งมี Function ที่ไม่จำเป็นต่อการใช้งานมากขึ้นก็จะทำให้เกิดความสับสนในการใช้งานมากขึ้นด้วย
(รุ่นที่มี Function ลูกเล่นมากก็มักจะมีราคาสูงตามไปด้วย จึงเป็นการจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อในสิ่งที่ไม่ได้ใช้)
- พิจารณาถึงความสามารถในการโปรแกรมระบบ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตปรกติของท่าน
เพราะสาเหตุของการ False Alarm ส่วนหนึ่งมาจากการใช้งานที่ไม่สะดวก
- ควรเลือกระบบที่สามารถจัดกลุ่มแบ่งโซนและสามารถโปรแกรมแต่ละโซนได้อิสระจากกัน
เพื่อให้เปิดระบบได้แม้ยามที่คุณพักผ่อนในบ้าน
- ควรพิจารณาว่าชุดควบคุมมีการออกแบบให้วิเคราะห์ได้อย่างสมเหตุสมผลหรือไม่
เช่น หากคุณลืมปิดประตู-หน้าต่าง ระบบมีการจัดการอย่างไร สมเหตุสมผลหรือไม่?
หากคุณเปิดระบบซ้ำโดยลืมปิดระบบ ระบบจะจัดการอย่างไร? หากมีการแจ้งเหตุทางโทรศัพท์เมื่อมีการ
Alarm และโทรไม่ติดหรือไม่มีผู้รับสาย ระบบจะจัดการอย่างไร?
- สิ่งสำคัญที่สุดคือ ระบบต้องมีความแม่นยำ ไม่แจ้งเหตุที่ผิดพลาด และต้องใช้งานง่าย
- อย่าพิจารณาในเรื่องของราคาเป็นหลักเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการใช้งานด้วย
เพราะหากตัดสินใจซื้อโดยไม่สามารถตอบสนองได้ทั้งความสะดวกในการใช้งานและความแม่นยำของระบบ
ก็จะนำมาซึ่งความเบื่อหน่ายในการใช้งาน และหยุดใช้ในที่สุด เป็นการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์
|